เกษตรกรต้องรู้ วิธีเอาตัวรอดจากฟ้าผ่า


สิ่งที่มาพร้อมกับหน้าฝน คือการเจ็บไข้ได้ป่วย โดยเฉพาะไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ โรคระบบทางเดินหายใจ และถึงแม้ว่าการระบาดของไวรัสโควิด-19 จะลดน้อยลงไปเป็นเพียงโรคประจำถิ่นแล้ว และเกษตรกรอย่างพวกเราจะไม่ได้ทํางานในสถานที่ที่มีความแออัด จึงลดความเสี่ยงในการติดเชื้อลงไปได้อีก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสติดเชื้อแต่อย่างใด ก็ขอให้ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ

สำหรับอันตรายที่มากับฝนฟ้าคะนอง ไม่ได้อยู่ที่โรคภัยไข้เจ็บเท่านั้น เพราะในช่วงที่ผ่านมา มีข่าวความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการโดนฟ้าผ่าอยู่เป็นระยะ และยังคงเป็นข่าวอย่างต่อเนื่องมาตลอด โดยเหตุการณ์ฟ้าผ่าล่าสุดในเขตตำบลนาโสก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2563 ได้เกิดเหตุฟ้าผ่าลงกลางทุ่งนาในเขตตําบลนาโสก อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร มีผู้บาดเจ็บสาหัสจากการโดนฟ้าผ่าขณะหลบฝนอยู่ในเถียงนา เจ้าหน้าที่กู้ชีพได้เร่งนําตัวส่งโรงพยาบาลมุกดาหาร แต่ผู้บาดเจ็บทน พิษบาดแผลไม่ไหว และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ถึงแม้ว่าจะผ่านมาหลายปีแล้ว ก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตอีกครั้งนะครับ

สารบัญเนื้อหา

  1. ฝนตก! แต่เรายังอยู่กลางทุ่งนา ทําไงดี?
  2. ฝนตกไม่หนัก มองเห็นเมฆฝนแล้ว ทํายังไงต่อ?
  3. สังเกตว่ามีฟ้าแลบหรือไม่?
  4. โทรศัพท์มือถือ เป็นสายล่อฟ้าหรือเปล่า?
  5. ถ้าฝนตกไม่หนัก รีบออกจากทุ่งนาหรือที่โล่งแจ้ง
  6. เข้าไปอยู่ในรถได้ไหม? ปลอดภัยหรือเปล่า?
  7. เลี่ยงการหลบใต้ต้นไม้
  8. ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ใกล้มาก มาเต็มๆ มาถี่ๆ
  9. บทส่งท้าย
  10. แหล่งอ้างอิง

สําหรับบทความนี้จะนําเสนอวิธีการเอาตัวรอด เมื่อเกษตรกรอย่างเราต้องเจอกับพายุฝนในขณะอยู่กลางทุ่งนา หรือพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นที่โล่งแจ้ง เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงต่อการโดนฟ้าผ่า โดยในบทความนี้จะขอตัดเรื่อง วิชาการออกไปให้หมด เพราะเป็นเรื่องเข้าใจยาก อ่านเท่าไหร่ก็ไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าให้พูดง่ายๆ แบบบ้านๆ ก็คือ ถ้าอยู่ ในทุ่งนาแล้วฝนเกิดตกขึ้นมา เราจะทํายังไง? มาเริ่มกันเลยครับ

ฝนตก! แต่เรายังอยู่กลางทุ่งนา ทําไงดี?

อย่างแรกเลยนะครับ ให้มองขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อสังเกตเมฆฝน เพราะการที่ฝนตกนั้นเกิดจากการที่เมฆได้รวบ รวมไอน้ําไว้เป็นจํานวนมาก และเมื่อถึงจุดดิวพอยท์ (Dew Point) หรือ จุดไอน้ํากลั่นตัว คือการที่อุณหภูมิถึงจุด ที่ทําให้ไอน้ําที่อยู่ในอากาศเกิดการควบแน่นกลายเป็นหยดน้ํา ซึ่งก็คือการเปลี่ยนสถานะจากก๊าซเป็นของเหลวนั่นเอง

ว่าจะไม่พูดเรื่องวิชาการ แต่ก็พลาดจนได้ เอาใหม่นะครับ 😅

เมฆฝน จะมีลักษณะเป็นก้อนหรือเป็นแผ่น มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ มีทั้งแนวตั้งและแนวระนาบ สังเกตได้ไม่ ยากนักเพราะมีสีที่เทาๆ ดําๆ ในภาษาภูไทเรียกว่า สีเม่า แปลว่าสีออกทึมๆ หม่นๆ ลองสังเกตกันนะครับ

ฝนตกไม่หนัก มองเห็นเมฆฝนแล้ว ทํายังไงต่อ?

มาต่อกันนะครับ ที่ให้สังเกตเมฆฝน ก็เพื่อจะให้ดูว่า เมฆฝนที่เราเห็นเนี่ย มันมีลักษณะเป็นยังไง มันแผ่กระจายคลุมทั่วท้องฟ้าที่เราอยู่หรือเปล่า หรือมันกําลังเคลื่อนไปทางทิศทางไหน เพราะเราสามารถคํานวณได้อย่างคร่าวๆ ว่าฝนจะตกเป็นระยะเวลานานเท่าไหร่ และรูปร่างของมันยังบอกอะไรได้อีกหลายอย่างเลยครับ

สังเกตว่ามีฟ้าแลบหรือไม่?

เพราะอะไรน่ะเหรอครับ เพราะว่า ฟ้าแลบ ฟ้ารอง ฟ้าผ่า ทั้งสามตัวนี้มันคือปรากฏการณ์เดียวกัน แค่แตกต่างกัน ในเรื่องของสถานที่ เท่านั้นเองครับ เดี๋ยวจะอธิบายแบบสั้นๆ ให้เข้าใจง่าย

  • ฟ้าแลบ คือการที่กลุ่มอนุภาคไฟฟ้าวิ่งผ่านไปในอากาศ ซึ่งเป็นความเร็วที่ทําให้เกิดเสียดสีกับอากาศ จนทำให้อากาศบริเวณนั้นมีแสงสว่างลุกขึ้นเป็นทางยาวและไกลได้หลายกิโลกเมตรจนถึงหลายสิบกิโลเมตร
  • ฟ้าร้อง คือเสียงของการที่กระแสไฟฟ้าได้เคลื่อนที่ไปในอากาศด้วยความเร็วแสง จนเกิดการเสียดสีและทำให้มีเสียงดังขึ้น การที่เราได้ยินเสียงฟ้าร้องมาทีหลังฟ้าแลบ ทั้งๆ ที่เป็นเหตุการณ์เดียวกัน เพราะการเดินทางของเสียงนั้นมีอัตราความเร็วต่ำกว่าความเร็วแสงนั่นเองครับ
  • ฟ้าผ่า คือการที่กลุ่มของอนุภาคไฟฟ้าวิ่งจากก้อนเมฆลงสู่พื้นดิน เมื่อมันผ่านอะไรบางอย่างเข้าให้ สิ่งนั้นก็มี
    โอกาสที่จะถูกทําลายเสียหายได้ ด้วยพลังไฟฟ้าแรงสูงนับหมื่นแสนโวลท์เลยทีเดียวครับ

โทรศัพท์มือถือ เป็นสายล่อฟ้าหรือเปล่า?

ในที่สุดก็เข้าเรื่องได้ซะที ใส่น้ํามากไปหน่อย ต่อไปนี้จะเป็นเนื้อหาที่ว่าด้วยการเอาตัวรอดจากฟ้าผ่า จากคําถามที่ว่า เมื่อฝนตกแล้ว แต่เรายังอยู่กลางทุ่งนา ทําไงดี? เคยมีคนแนะนําว่าโทรศัพท์มือถือจะเป็นสายล่อฟ้า อันนี้จริงหรือไม่? ในกรณีนี้ได้รับคําอธิบายจาก ดร.คมสัน เพ็ชรรักษ์ หัวหน้าห้องจําลองฟ้าผ่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวว่า

ส่วนกรณีของโลหะและโทรศัพท์มือถือ ไม่นับว่าเป็นสื่อล่อฟ้าได้แน่นอน เพราะโทรศัพท์เวลาใช้งานจะอยู่ต่ํากว่าตัวคน และที่สําคัญพลังงานของสัญญาณโทรศัพท์มือถือไม่สามารถทําให้อากาศแตกตัวเป็นตัวนําได้

พร้อมกันนี้ยังมีรายงานว่า การใช้โทรศัพท์อยู่ใกล้บริเวณที่เกิดฟ้าผ่า อาจจะมีผลเหนี่ยวนําให้แบตเตอรี่ เกิดการลัดวงจร และเกิดการระเบิดจนเป็นสาเหตุของการบาดเจ็บ เป็นผลข้างเคียงแต่ไม่ใช่สื่อล่อให้ฟ้าผ่า

อย่างไรก็ดีการใช้โทรศัพท์มือถือในสภาวะที่เกิดฝนฟ้าคะนอง ก็นับเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทําอย่างยิ่ง เพราะ
หากน้ําเข้าโทรศัพท์ก็มีโอกาสทําให้แบตเตอรี่เกิดการลัดวงจรได้เช่นเดียวกัน

ถ้าฝนตกไม่หนัก รีบออกจากทุ่งนาหรือที่โล่งแจ้ง

ในกรณีที่ฝนตกไม่หนักมาก แต่เมื่อสังเกตเมฆแล้วเห็นว่ามีแนวโน้มว่าฝนจะตกหนักในเวลาต่อมา ไม่ว่าเราจะกําลังทําอะไรอยู่ ให้รีบหยุดโดยทันที โดยเฉพาะการทํางานกับเครื่องจักร หรือยานพาหนะที่ทําจากโลหะ อย่างเช่นรถไถ รถ ขุด รถแทรกเตอร์ เป็นต้น และควรออกจากทุ่งนาหรือสถานที่โล่งแจ้งให้เร็วที่สุดในขณะที่ฝนยังตกไม่หนัก เพื่อลดความเสี่ยงในการโดนฟ้าผ่า

เข้าไปอยู่ในรถได้ไหม? ปลอดภัยหรือเปล่า?

ได้ครับ การเข้าไปอยู่ในรถยนต์ ย่อมมีความปลอดภัยมากกว่าอยู่กลางทุ่งนา แต่ในกรณีที่ฝนตกหนักมาก ไม่แนะนําให้ขับรถออกจากทุ่งนาโดยทันที เนื่องจากทัศนวิสัยที่ไม่ดีอาจทําให้เกิดอุบัติเหตุจากการขับรถยนต์ได้อีก และเมื่อเราอยู่ในรถยนต์แล้ว ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับส่วนที่เป็นโลหะ ให้เรานั่งกอดอกหรือวางมือบนตักแทน เปิดกระจกเล็กน้อยพอให้มีอากาศหายใจ หากจอดรถยนต์ไว้บริเวณใต้ต้นไม้ ให้นํารถยนต์ออกห่างจากต้นไม้เพื่อลดความเสี่ยงโดนฟ้าผ่า ในกรณีต้องการความช่วยเหลือ เราสามารถใช้โทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์สื่อสารอื่นๆ ได้ เมื่อเข้ามาอยู่ในรถยนต์แล้วครับ

เลี่ยงการหลบใต้ต้นไม้

เนื่องจากต้นไม้เป็นวัตถุที่อยู่สูงกว่าเรา มีโอกาสที่จะถูกฟ้าผ่าได้มากกว่า หากเราอยู่ใต้ต้นไม้ และถ้าฟ้าผ่าลงมา กระแสไฟฟ้าสามารถกระโดดไปได้ไกลถึง 10 เมตร ซึ่งอาจจะทําให้เราได้รับบาดเจ็บได้ มีกรณีศึกษาด้วยการจําลองสถานการณ์ให้ตุ๊กตา (เปรียบกับคน) ยืนหลบอยู่ใต้ต้นไม้ เมื่อมีฝนฟ้าคะนอง ซึ่งผล ปรากฏว่าฟ้าผ่าลงต้นไม้ และมีกระแสไฟกระโดดเข้าตัวตุ๊กตา พบว่ามีรอยไหม้บริเวณศีรษะ นับเป็นกรณีตัวอย่างของอันตรายจากฟ้าผ่าที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในประเทศไทย

ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ใกล้มาก มาเต็มๆ มาถี่ๆ

เมื่อเรากําลังตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน และต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ฟ้าผ่าในระยะประชิด ให้นั่งยองๆ เท้าชิดกัน ก้มหน้าซุกระหว่างเข่า เอามือปิดหูหรือจับเข่าเอาไว้ ถึงแม้ว่าท่านี้จะช่วงป้องกันอุบัติเหตุไม่ได้ 100% แต่ก็ช่วยลดความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นกับอวัยวะภายในร่างกายได้

บทส่งท้าย

โอกาสเกิดฟ้าผ่า ไม่ได้อยู่ในช่วงหน้าฝนเท่านั้น แต่ทุกครั้งที่ฝนตก จะมีโอกาสเกิดฟ้าผ่าลงมาเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะฉะนั้น เกษตรกรที่กําลังอยู่ในทุ่งนาหรือที่ใดๆ ก็ตาม ที่มีลักษณะเป็นที่โล่งแจ้ง ต้องย้ําเตือนตนเองและคนรอบข้าง ให้ระมัดระวังอยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และเมื่อฝนตกควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางทุ่งนาหรือบริเวณที่โล่งแจ้งจะดีที่สุดนะครับ ด้วยความปรารถนาดีจากพวกเรา บ้านไร่นาโสก อ.เมือง จ.มุกดาหาร

แหล่งอ้างอิง